กัลยา แสงน้อย...'s profileSpacePhotosBlogListsMore Tools Help

Space

กัลยา แสงน้อย ลำดับที่ 67

No list items have been added yet.
No list items have been added yet.
Photo 1 of 17
May 21

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ด้วยดวงตาบนห้วงหาว..เราจึงเห็นความหายนะ
ที่นี่เป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งรอบๆ เมืองลาบุตตาในภาพถ่ายโดยดาวเทียม UNOSAT เมื่อวันที่ 7 พ.ค. รูปสี่เหลี่ยมสีแดงเล็กที่เห็นคืออาคารที่ถูกพายุพัดทำลายพินาศ ในภาพถ่ายความที่มีละเอียดสูงยังสามารถแสดงให้เห็นอาคารจำนวนมาก ที่ได้รับความเสียหายจากพายุแต่ยังไม่พังทลาย นับเป็นความอัศจรรย์แห่งเทคโนโลยี
        ดูผลงานอื่นๆ ของ “ดวงตาบนห้วงหาว” ชมแผนที่ดาวเทียมความละเอียดสูง
       ผู้จัดการออนไลน์ -- โทรทัศน์ทางการพม่าออกรายงานในวันศุกร์ที่ 16 พ.ค.เพิ่มตัวเลขผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติไซโคลนาร์กีสขึ้นเป็นกว่า 77,000 คน กับอีกกว่า 55,000 คน ยังสูญหาย ซึ่งเป็นจำนวนกว่า 2 เท่าตัวในช่วงเวลาเพียงข้ามวัน หลังจากยืนยันตัวเลขคนตายเอาไว้ที่ 30,000 คนเศษก่อนหน้านั้น
       

       การระบุตัวเลขเหยื่อของไซโคลนนาร์กีส และการประเมินความเสียหายโดยรวมของทางการพม่าช้ากว่าและล้าหลังกว่าตัวเลขของตะวันตกเป็นเวลาหลายวัน และต่างกันหลายเท่าตัว
       
       ไม่เพียงแต่ตัวเลขของทางการพม่าจะสะท้อนความไม่เอาใจใส่ ไม่แยแสต่อชะตากรรมของประชาชนเรือนล้านที่กำลังย่ำแย่ในเขตภัยพิบัติเท่านั้น หากยังสะท้อนถึงความด้อยประสิทธิภาพในวิธีคิดและการขาดเทคโนโลยี รวมทั้งการดื้อรั้นไม่ยอมรับวิทยาการที่ก้าวหน้ากว่าของประชาคมระหว่างประเทศอีกด้วย
       
       นางชารี วีญญาโรซา (Shari Villarosa) อุปทูตสหรัฐฯ ได้แย้มตัวเลขผู้เสียชีวิต 100,000 คนออกมาเป็นครั้งแรกในวันที่ 7 พ.ค.หรือ 4 วันหลังจากพายุนาร์กีสพัดเข้าถล่มเขตที่ราบปากแม่น้ำอิรวดี ขณะที่รัฐบาลทหารพม่ายังงมโข่งอยู่กับตัวเลขคนตายเพียง 22,000 คนเศษๆ ต่ำกว่าของสหรัฐเกือบ 5 เท่าตัว


ภาพถ่ายจากดาวเทียม UNOSAT วันที่ 7 พ.ค. พื้นบริเวณปากแม่น้ำอิรวดีใกล้กับเมืองกุงย่างกุ้ง เส้นสีแดงเฉียงแสดงพื้นที่น้ำท่วม บริเวณสีเหลืองคือเขตน้ำท่วมขังกินบริเวณกว้าง จุดสีแดงคือหมู่บ้านที่ยังคงจมน้ำหลังพายุผ่านไปแล้ว 3 วัน ซึ่งการกู้ภัยฉุกเฉินเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่หลังจากนั้นกว่า 2 สัปดาห์ความช่วยเหลือจากภายนอกก็ยังเข้าไปไม่ถึง
       อุปทูตสหรัฐฯ ยังกล่าวด้วยว่า ราว 95% ของอาคารต่างๆ ในเขตปากแม่น้ำอิรวดี ถูกทำลายลงเมื่อพายุนาร์กีสพัดเข้าทำลายล้างในตอนบ่ายและค่ำวันศุกร์จนถึงวันเสาร์ (2-3 พ.ค.)
       
       ผู้ที่ได้เห็นเห็นภาพถ่ายจากดาวเทียม 2 ดวง ที่เผยแพร่ออกมาในวันที่ 7 พ.ค.หรือวันเดียวกันกับที่อุปทูตสหรัฐฯ แถลงในกรุงย่างกุ้ง ก็จะเข้าใจได้ทันทีว่าตัวเลขทั้งหมดไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอย หรือปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อใช้กดดันทางการพม่า อย่างที่บางฝ่ายตั้งเป็นทฤษฎีขึ้นมาคัดง้าง
       
       ภาพถ่ายของดาวเทียมโมดิส (MODIS) ขององค์การนาซาสหรัฐฯ กับดาวเทียมยูโนแส็ท (UNOSAT) ของสประชาชาติ ต่างแสดงให้เห็นพื้นที่น้ำท่วมอันกว้างขวางในเขตหมู่บ้านและชุมชนหลายร้อยแห่งในเขตที่ราบปากแม่น้ำอิรวดี ปากแม่น้ำย่างกุ้ง ไกลออกไปถึงเขตพะโค (Bago) หรือหงสาวดี รัฐมอญ กับ รัฐกะเหรี่ยง
       
       แผนที่สามารถเปรียบเทียบให้เห็นได้ว่า อาณาบริเวณที่น้ำท่วมอยู่ก่อน และที่ใดเป็นน้ำท่วมอันเกิดจากพายุนาร์กีส
       
       ในวันต่อมา “ดวงตาบนห้วงหาว” ยังสามารถบอกได้ถึงระดับความลึกของน้ำ การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ และอาณาบริเวณใดที่น้ำยังท่วมขัง ซึ่งสามารถนำไปคิดคำนวณและพยากรณ์ออกมาได้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไรน้ำจึงจะลดลงและประชากรในอาณาบริเวณนั้นๆ จะพ้นขีดอันตรายจากอุทกภัย

คล้ายกันกับภาพที่ 1 ที่นี่เป็นหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่งใกล้กับเมือลาบุตตา จุดสี่เหลี่ยมสีแดงเล็กๆ เป็นจุดที่ตั้งอาคารบ้านเรือนที่ถูกพายุพัดทำลาย ภาพถ่ายดาวเทียมได้แสดงให้เห็นความหายนะเช่นนี้ในหมู่บ้านหลายร้อยแห่งในเขตภัยพิบัติ หน่วยปฏิบัติการช่วยเหลือและกู้ภัยเป็นหนี้บุญคุณ "ดวงตาบนห้วงหาว"
       รอบๆ เมืองลาบุตตา (Labutta) เช่นเดียวกันกับเมืองเบ๊าะกาเลย์ (Bokalay) ซึ่งอยู่ในเขตที่ราบปากแม่น้ำ ภาพถ่ายของดาวเทียม MODIS กับ UNOSAT บอกได้แม้กระทั่งว่า อาคารหลังใดถูกพายุพัดทำลายยับเยินแล้ว หลังใดที่ถูกพัดทำลายเสียหายอย่างหนัก และในวันต่อมายังบอกได้อีกว่ามีอาคารหลังใดบ้างที่พังทลายลงอีก
       
       ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่ภาพถ่ายจากดาวเทียมทั้งสองดวงสามารถบอกเล่ารายละเอียดได้
       
       แม้ว่าพายุนาร์กีสจะพัดเข้าทำลายเขตอู่ข้าวอู่น้ำใหญ่ที่สุดของพม่า หลังจากชาวนาส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวพืชผลแล้วเสร็จและจัดเก็บในยุ้งฉางแล้ว แต่ภาพถ่ายของดาวเทียมทั้งสองดวงสามารถระบุได้กระทั่งว่า ยังมีนาข้าวในอาณาบริเวณใดบ้างที่ยังไม่เก็บเกี่ยวและจมอยู่ใต้น้ำหลังวันที่ 3 พ.ค.
       
       นี่คือ เรื่องราวที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสามารถบอกเล่าได้ และผู้เชี่ยวชาญสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเคราะห์ได้ ขณะที่คณะผู้นำทหารพม่าไม่มีทางที่จะรู้และดูเหมือนไม่สนใจที่จะรับรู้
       
       แน่นอนที่สุดดาวเทียมข้อมูลจากดาวเทียว ย่อมทำให้สามารถนำเอาไปประเมินการสูญเสียด้านประชากรและสามารถคิดคำนวณเกี่ยวกับการโยกย้ายถิ่นฐานของผู้คนหลังจากพายุผ่านไปแล้วได้


ภาพเรดาร์ (Radar Sat) ของดาวเทียม UNOSAT ถ่ายวันที่ 7 พ.ค. เขตสีแดงเป็นพื้นที่น้ำท่วมทั่วไปรอบๆ กรุงย่างกุ้ง ส่วนเขตสีม่วงเป็นพื้นที่นาข้าวที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวหรือเพิ่งลงมือปักดำและจมอยู่ใต้น้ำ ทางฝั่งขวาของแม่น้ำเป็นเขตเมืองทวันเตย์ (Twantay) ส่วนอีกซีกหนึ่งเป็นเขตเมืองจ๊อกทัน (Kyauktan) ภาพความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีช่างน่าอัศจรรย์ แต่คณะปกครองทหารพม่าไม่รู้ไม่เห็นและไม่ใส่ใจที่จะนำไปใช้ช่วยเหลือประชาชน
       ข้อมูลจากห้วงหาวทำให้สามารถนำไปใช้วางแผนให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้รอดชีวิต ตลอดจนแผนฟื้นฟูความเสียหายในระยะสั้นระยะปานกางได้ทันต่อเวลา
       
       แต่ทางการพม่าไม่สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้และยังคงกีดกันการช่วยเหลือจากต่างประเทศ กีดกันผู้เชี่ยวชาญผู้ปฏิบัติงานการกู้ภัยที่มีประสบการณ์ไม่ให้เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบเคราะห์เรือนล้านในเขตภัยพิบัติ
       
       เมื่อวันอาทิตย์ (18 พ.ค.) สหประชาชาติได้ออกเตือนทางการพม่าอีกครั้งหนึ่งว่า ผู้คนราว 2 ล้านคนยังคงอดอยากและหิวโหย ขาดอาหาร น้ำสะอาด ไร้ที่พักพิงและกำลังเผชิญกับโรคระบาด ผู้รอดชีวิตจำนวนมากกำลังจะล้มตายลง เพราะไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ จากรัฐบาลเลย แม้พายุจะผ่านไปแล้วถึง 16 วัน
       
       วันเดียวกัน องค์การ Save the Children จากอังกฤษที่ปฏิบัติงานพม่าแจ้งเตือนว่า เด็กเล็กอาจจะเสียชีวิตลงนับหมื่นคนในสัปดาห์ข้างหน้านี้หากไม่สามารถส่งอาหารเข้าไปช่วยเหลือได้
       
       แต่คณะปกครองทหารพม่าก็ยังคงวางเฉย เพราะไม่เข้าใจและไม่สำนึกว่า การช่วยเหลืออย่าง “เร่งด่วน” นั้นคืออะไร มีความจำเป็นอย่างไร


ภาพถ่ายโดยดาวเทียมโมดิส (MODIS) ขององค์การนาซ่าวันที่ 7 พ.ค. เมื่อขยายออกไปบนความสูงกว่าสิบกิโลเมตรจากพื้นโลก พื้นที่เส้นเฉียงสีแดงคือพื้นที่น้ำท่วม และจุดสีเหลืองเล็กๆ เต็มไปทั่วเขตปากแม่น้ำอิรวดี นั่นคือหมู่บ้านหลายร้อยแห่งที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งอาจจะเป็นฐานข้อมูลที่มาของตัวเลขความเสียหายที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงย่างกุ้งนำออกแถลงวันเดียวกัน
       แต่อย่างน้อยที่สุดผู้นำทหารของพม่ารู้เป็นอย่างดีว่า “สายตาบนห้วงหาว” นั้นมีความน่ากลัวและน่าเกรงขามเพียงไร
       
       ปี 2549 ปีที่ทางการได้ย้ายศูนย์การบริหารประเทศจากกรุงย่างกุ้ง ไปยังเมืองเนย์ปีดอ ที่อยู่ห่างขึ้นไปทางเหนือกว่า 200 กิโลเมตร ปีนั้นแผนที่กูเกิลเอิร์ธ (Google Earth) ก็ได้เปิดเผยให้เห็นทุกความลี้ลับในเมืองหลวงแห่งใหม่ของพม่า
       
       แผนที่บอกได้ว่าอาคารหลังใดเป็นที่ตั้งของรัฐสภา หลังใดเป็นที่ตั้งของกระทรวงกลาโหม และที่ทำการของคณะปกครองทหาร กระทรวงและหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งค่ายทหาร
       
       ด้วยดวงตาบนห้างหาวกับข้อมูลข่าวกรองบนภาคพื้นดิน ผู้เชี่ยวชาญสามารถใช้แผนที่กูเกิลเอิร์ธ ระบุได้ว่า ตรงไหนเป็นบ้านพักและบังเกอร์หลบภัยส่วนตัวของ พล.อ.ตานฉ่วย!


May 16

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

หม่องยังโวลั่นจัดการช่วยเหลือประชาชนเองได้
ภาพเมื่อวันที่ 14 พ.ค.2551 : หญิงที่รอดชีวิตจากเหตการณ์พายุนาร์กิสพักถล่มรายหนึ่งกำลังอุ้มลูกเพื่อรอคอยความช่วยเหลือและการแจกจ่ายอาหารจากทางการที่เมืองเดะเดย์ (Dedaye) ห่างจากกรุงย่างกุ้งไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 130 กิโลเมตร
                       รัฐบาลพม่ายังคงยืนยันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (13 พ.ค.) ว่าสามารถจัดการบรรเทาภัยพิบัติจากเหตุการณ์ไซโคลนนาร์กีสพัดถล่มได้ แม้จะมีเสียงเตือนจากประชาคมระหว่างประเทศ ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มมากขึ้น หากพม่ายังไม่ยอมเปิดประเทศรับทีมช่วยเหลือจากนานาชาติให้เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยกว่า 2 ล้านคนในพื้นที่
       
       “ชาวพม่ายอมรับความช่วยเหลือในทุกรูปแบบจากต่างประเทศด้วยความซาบซึ้ง ไม่ว่าจะมีจำนวนเท่าไหร่ก็ตาม” บรรณาธิการคนหนึ่งของหนังสือพิมพ์นิวไลท์ออฟเมียนมาร์ กล่าว
       
       “อย่างไรก็ตาม พวกเขาจะไม่รอพึ่งความช่วยเหลือจากต่างชาติเพียงอย่างเดียว แต่เราจะสร้างรากฐานของการพึ่งพากันเองในชาติขึ้นมาใหม่”
       
       หลังจากที่พายุนาร์กีสได้พัดถล่มที่ราบปากแม่น้ำ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงให้ของประเทศในวันที่ 2 และ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายกว่า 66,000 ราย คณะปกครองทหารพม่าได้เปิดรับสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเคราะห์แต่ยังคงปฏิเสธผู้เชี่ยวชาญหรือทีมช่วยเหลือจากต่างประเทศ
       
       องค์กรความช่วยเหลือระหว่างประเทศ กล่าวว่า พวกเขาพยายามที่จะส่งอาหารที่จำเป็น รวมถึงที่พักเข้าไปในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ ซึ่งทำให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ได้รับความเสียหายอย่างมาก แต่รัฐบาลทหารกลับปฏิเสธที่จะดำเนินการดังกล่าวแม้จะมีเสียงกดดันจากประชาคมโลกก็ตาม


นายสมัคร สุนทรเวช (ซ้าย) นายกรัฐมนตรีของไทยและรัฐมนตรีต่างประเทศของพม่า พลเอกเต็ง เส่ง (Thein Sein) ขณะกำลังประชุมกันที่กรุงย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2551 โดยประเด็นหลักของการหารือคือเรื่องของการอนุญาตให้ทีมช่วยเหลือจากต่างประเทศเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัย.
       “การดำเนินการบรรเทาภัยพิบัติ ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่รอดให้สามารถดำเนินชีวิตอยู่ต่อไปได้นั้นประสบความสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีและมีประสิทธิภาพ” บรรณาธิการคนเดียวกัน กล่าว
       
       “เราเชื่อว่า ประเทศชาติของเราจะสามารถเอาชนะความท้าทายเกี่ยวกับภัยธรรมชาติในทุกรูปแบบได้”
       
       นายลูยส์ มิเชิล (Louis Michel) ข้าหลวงใหญ่ฝ่ายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแห่งสหภาพยุโรป ให้สัมภาษณ์เมื่อวันพุธ (14 พ.ค.) ที่ผ่านมา ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจจะเพิ่มมากขึ้นหากทีมช่วยเหลือจากต่างประเทศไม่ได้รับอนุญาติให้เข้าไปช่วยเหลือเหยื่อพายุในพื้นที่ต่างๆ
       
       ขณะที่องค์การสหประชาชาติ หรือ UN ยังคงเตือนเกี่ยวกับการเสียชีวิตของประชาชนอีกระลอกหนึ่งเนื่องจากต้องเผชิญกับความเสี่ยงของการเกิดโรคระบาด และความหิวโหยหากพม่ายังไม่ให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นอย่างเร่งด่วน
       
       คณะปกครองทหารพม่า ซึ่งอยู่ในอำนาจมาตั้งแต่ปี 1962 ยังคงปฏิเสธความช่วยเหลือจากภายนอก รวมทั้งทีมช่วยเหลือบางส่วนที่ได้รับอนุญาติให้เข้าประเทศก็ถูกจำกัดความเคลื่อนไหวภายใต้กฏเกณฑ์และข้อบังคับที่เข้มงวด
       
       นายมิเชล ได้เดินทางไปยังพม่าเมื่อวันพุธ เพื่อพยายามที่จะผลักดันให้รัฐบาลทหารยอมอนุญาติให้ทีมช่วยเหลือจากต่างชาติเข้าประเทศ
       
       ในการเดินทางไปยังพม่าของนายกรัฐมนตรีของไทย นายสมัคร สุนทรเวช โดยมีวัตถุประสงค์เดียวกันนี้กลับจบลงด้วยการที่นายพลระดับผู้นำของพม่า กล่าวว่า พวกเขา (พม่า) สามารถจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าวได้เพียงลำพัง
May 15

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-พม่า

แพทย์ไทย 30 คนไปช่วยชาวพม่าวันศุกร์นี้
ภาพที่องค์การยูนิเซฟนำออกแจกจ่ายเมื่อวันพุธ (14 พ.ค.) แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ยูนิเซฟกับเจ้าหน้ากาชาด นั่งเรือเข้าไปยังเขตเมืองกอว์มุ (Kawmu) ในเขตที่ราบปากแม่น้ำอิรวดี ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด ยังไม่ทราบว่าคณะแพทย์จากไทยจะได้เข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่ใด (ภาพ: AFP)
       
        พม่าอนุญาตให้แพทย์จากประเทศไทยจำนวน 30 คนเดินทางเข้าปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติจากไซโคลนนาร์กิส คาดว่าจะเดินทางได้ในวันศุกร์ (16 พ.ค.) นี้
       กระทรวงสาธารณสุขออกแถลงเรื่องนี้ในวันพุธ ระบุว่าคณะแพทย์ของไทยซึ่งประกอบด้วยแพทย์จากสภากาชาดไทย กระทรวงสาธารณสุขกับโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง จะปฏิบัติงานในพม่าเป็นเวลาราว 2 สัปดาห์
       
       ทั้งหมดจะทำหน้าที่รักษาคนไข้ที่ได้รับบาดเจ็บ ปฏิบัติงานด้านป้องกันโรค และให้การปรึกษาทางจิตอีกด้วย คำแถลงกล่าว
       
       ตามรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี นอกจากคณะแพทย์จากไทยแล้ว ทางการพม่ายังร้องขอผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ จากหลายประเทศในทวีปเอเชีย รวมทั้งจากบังกลาเทศ จีน และอินเดียด้วย
       
       ขณะเดียวกันรัฐบาลทหารพม่านี้ยังคงไม่ออกวีซ่าเข้าเมืองให้แก่ผู้เชี่ยวชาญจากโลกตะวันตกนับร้อยคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติ
       
       "ผมเข้าใจว่าพม่าได้องขออย่างเจาะจงว่าประเทศเพื่อนบ้านจะสามารถช่วยพม่าแก้ปัญหาได้" อามันดา พิตต์ (Amanda Pitt) โฆษกสำนักงานประสานความร่วมมือกิจการมนุษยธรรม (OCHA) แห่งสหประชาชาติกล่าว
       
       โฆษกผู้นี้กล่าวอีกว่า พม่าได้ร้องขอเจ้าหน้าที่จากประเทศเพื่อนบ้านราว 160 คนไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พม่าเองปฏิบัติงานกู้ภัยช่วยเหลือดังกล่าว.
       
       ก่อนหน้านี้พม่าได้ร้องขอการช่วยเหลือไปยังประชาคมระหว่างประเทศ แต่ต่อมาก็ได้ชะลอการออกวีซ่าให้แก่เจ้าหน้าที่เหล่านั้น แต่ยังเปิดรับสิ่งของและเงินช่วยเหลือต่อไป.
       
       โครงการอาหารโลก (World Food Programme) แถลงว่า มีผู้ประสบภัยพิบัติราว 750,000 คน กำลังต้องการอาหารอย่างเร่งด่วน แต่ถึงปัจจุบัน WFP สามารถให้ได้เพียงประมาณ 50,000 คนเท่านั้น.
May 10

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-พม่า

“หมัก” หน้าม้านที่แท้นายกฯ หม่องไม่ต้อนรับ
พล.อ.เต็งเส่ง ระหว่างพบหารือกับนายสมัคร สุนทรเวช ที่ทำเนียบรัฐบาลวันที่ 30 เม.ย. ในวันที่สองของการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ กลับพม่าเพียงวันเดียวพายุใหญ่ก็พัดกระหน่ำซึ่งเชื่อว่าอาจจะมีผู้เสียชีวิตถึง 100,000 คน อีกกว่า 1 ล้านกำลังอดอยากและเสี่ยงต่อโรคระบาดขณะที่ประเทศนี้ยังคงปิดกั้นการส่งความช่วยเหลือจากภายนอก สัปดาห์นี้ผู้นำไทยพยายามเจรจากล่อมผู้นำพม่าให้เปิดรับแต่ไม่สำเร็จและต้องยุติบทบาทลง (ภาพ: Reuters)
       
         นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม ประกาศเลิกแผนการเดินทางไปพม่าอย่างกะทันหันเมื่อบ่ายวันศุกร์ (9 พ.ค.) หลังจากคณะปกครองทหารประเทศนั้นประกาศไม่รับเจ้าหน้าที่ต่างประเทศเข้าไปปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยโดยบอกแต่เพียงว่า "ไม่พร้อม"
       
       นายสมัครให้สัมภาษณ์ในตอนเช้าวันเดียวกันว่า แผนการทุกอย่างจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว โดยจะเดินทางในวันอาทิตย์ (11 พ.ค.) นี้ แต่เพียงอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาก็ให้สัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่งเกี่ยวกับการยกเลิกการเดินทาง
       
       ในเช้าวันเดียวกันว่านายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีต่างประเทศไทยก็ได้ให้สัมภาษณ์ในกรุงโตเกียว หระเทศญี่ปุ่นระบุว่าพม่า "ยืดหยุ่น" มากขึ้นและพร้อมที่จะรับความช่วยเหลือจากภายนอกมากขึ้น
       
       อย่างไรก็ตามกระทรวงการต่างประเทศพม่ากล่าวว่า ทางการพม่าพร้อมที่จะรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศเพื่อช่วยผู้ที่รอดชีวิต แต่ไม่พร้อมที่จะรับผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปปฏิบัติงาน และไม่พร้อมที่จะต้อนรับสื่อจากต่างประเทศ
       
       นายกรัฐมนตรีไทยให้สัมภาษณ์ตอนบ่ายว่า ได้ยกเลิกการเดินทางไปพม่าแล้วและได้เปลี่ยนแผนโดยส่งหนังสือถึงนายกฯ พม่าแทน ผ่านสถานทูตในกรุงเทพฯ เนื่องจากเห็นว่าไม่จำเป็นต้องเดินทางไปเจรจาใดๆ อีก

ภาพถ่ายวันที่ 8 พ.ค.2551 -- พล.อ.เต็งเส่งนำคณะเจ้าหน้าที่เยี่ยมเยือนผู้ประสบภัยในเขตรอบนอกกรุงย่างกุ้ง ถ้าหากจะเดินทางไปต้อนรับ นรม.ของไทยที่เมืองเนย์ปีดอ ตามกำหนดเยือนวันที่ 11 ก.ค. ก็น่าจะเป็นไปได้หากมีความตั้งใจ นายกฯ ของไทยต้องยกเลิกการเยือนในตอนบ่ายวันศุกร์ (9 พ.ค.) หลังแถลงในตอนเช้าเป็นมั่นเหมาะ (ภาพ: AFP)
       สำนักข่าวเอเอฟพีได้อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศไทยผู้หนึ่งซึ่งระบุว่า พล.อ.เต็งเส่ง (Thein Sein) นายกฯ พม่าไม่พร้อมที่ไปพบกับ นรม.ของไทยที่เมืองหลวงใหม่เนย์ปีดอ เนื่องจากกำลังออกเยี่ยมเยือนประชาชนที่ประสบภัยในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ
       
       ในภาพที่สำนักข่าวทางการพม่านำออกแจกจ่ายและเผยแพร่โดยเอเอฟพีนั้น ในวันที่ 6 พ.ค. พล.อ.เต็งเส่ง ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบภัยในเขตที่ราบปากแม่น้ำอิรวดี ต่อมาในวันที่ 7-8 พ.ค. ได้ปรากฏตัวเยี่ยมเยือนประชาชนในเขตกรุงย่างกุ้ง แต่ไม่มีข่าวคราวความเคลื่อนไหวของนายกฯ พม่าอีกในวันถัดมา
       
       จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศไทย ฝ่ายพม่าได้อ้างภารกิจดังกล่าว เป็นสาเหตุทำให้ พล.อ.เต็งเส่งไม่สามารถไปพบหารือกับผู้นำของไทยในเมืองเนย์ปีดอได้
       
       เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผู้นำของไทยทำได้ก็คือ ยื่นเป็นหนังสือถึงผู้นำพม่าโดยผ่านช่องทางปกติ
       
       นายสมัครได้แจ้งให้ทางการพม่าทราบผ่านทางหนังสือดังกล่าวว่าให้ทราบว่า ปัจจุบันสหรัฐฯ ได้ปักหลักในกรุงเทพฯ เตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือ ให้ประชาชนที่ประสบเคราะห์อย่างน้อย 600,000 คน ได้มีอาหารบริโภคนานติดต่อกันถึง 6 เดือนแต่ยังติดขัดปัญหาเรื่องวีซ่าและการต้องนำยานพาหนะขนส่งสิ่งของช่วยเหลือเข้าพม่า


รมว.ต่างประเทศของไทยกลายเป็น "โต๊ดถื่อน" ไปอีกคน ให้สัมภาษณ์ในกรุงโตเกียวเมื่อวันศุกร์ (9 พ.ค.) ว่าพม่า "ยืดหยุ่น" ขึ้น พร้อมรับความช่วยเหลือจากประชาคมระหว่างประเทศ แต่กระทรวงการต่างประเทศพม่าประกาศในวันเดียวกัน "รับแต่ของไม่รับคน" (ภาพ: AFP)
       ความเคลื่อนไหวทางการทูตที่ผู้นำไทยพยายามเข้าแสดงบทบาท "ทูตลิ้นทอง" หรือเป็น "กาวประสานใจ" ระหว่างคณะปกครองทหารพม่ากับสหรัฐฯ นี้ พันตูมาตั้งแต่วันก่อนหน้านั้น
       
       ในวันพฤหัสบดี (8 พ.ค.) เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย นายเอริค จอห์น (Eric John) ได้เข้าพบหารือกับ นรม.ของไทยซึ่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงว่า ฝ่ายสหรัฐฯ ขอให้ไทยช่วยเจรจาผู้นำพม่าให้ยอมรับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ
       
       ต่อมาตอนวันเดียวกัน พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดให้สัมภาษณ์ว่า ฝ่ายไทยได้ช่วยสหรัฐฯ เจรจาพม่าจนประสบความสำเร็จ ฝ่ายพม่า "โอเค" ยอมรับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ แล้ว..
       
       แต่ในเวลาไล่เลี่ยกันเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย นายเอริค จี จอห์น (Eric G John) ได้นัดสื่อมวลชนเปิดสถานทูตแถลงข่าวเวลา 14.00 น. และ ต่อมาได้เลื่อนออกไปอีกครั้งหนึ่งซึ่งดูเหมือนว่าได้พยายามรอคอยคำตอบจนถึงนาทีสุดท้าย จนกระทั่งถึงเวลา 18.00 น.
       
       เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ แจ้งให้สื่อจากทั่วโลกทราบว่า ยังไม่สามารถส่งความช่วยเหลือไปให้แก่ประชาชนพม่าได้และที่ผ่านมาไม่ทราบว่า "เป็นความเข้าใจผิด" หรือว่า "พม่าได้ถอนความตั้งใจ" ไปแล้ว

เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เอริค จอห์น เปิดสถานทูตแถลงตอนค่ำวันพฤหัสบดี (8 พ.ค.) ระบุว่า สหรัฐฯ และไทยเชื่อว่าบรรดานายพลพม่าได้อนุญาตให้เที่ยวบินบรรทุกช่วยความช่วยเหลือของสหรัฐฯ เข้าไปได้แล้ว ซึ่งอาจเป็น "ความเข้าใจผิด" หรือไม่ก็.. พม่าเปลี่ยนใจ พอบ่ายวันรุ่งขึ้นการแสดงบทบาท "ทูตลิ้นทอง" ที่นายกฯ ไทยไม่ถนัดไม่คุ้นเคยก็จบเห่ (ภาพ: AFP)
       โฆษกรัฐบาลไทยแถลงในวันเดียวกันว่า นรม.ของไทยจะเดินทางไปเจรจาเรื่องนี้ด้วยตัวเอง หากการพูดจาทางโทรศัพท์กัยฝ่ายพม่าไม่ได้ผล และ นรม.ของไทยให้สัมภาษณ์เรื่องนี้อย่างมั่นใจในเช้าวันรุ่งขึ้น..
       
       พล.อ.เต็งเส่งเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 29 พ.ค.- 1 พ.ค. ในฐานะแขกของรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีของไทยได้เปิดบ้านพัก ลงมือทำอาหารด้วยตัวเอง จัดเลี้ยงเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกฯ พม่ากับคณะอย่างสนิทสนม
       
       พล.อ.เต็งเส่งเดินทางกลับพม่าเพียงวันเดียว ไซโคลนนาร์กิสก็ได้พัดกระหน้ำเข้าภาคตะวันตกเฉียงใต้ จนถึงวันนี้เชื่อกันว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจจะถึง 100,000 คน แม่ว่าทางการจะคงตัวเลขไว้เพียงประมาณ 30,000 คนก็ตาม.

May 09

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-พม่า

“หมัก” อาสากล่อม “หม่อง” เปิดรับนานาชาติช่วยเหยื่อนาร์กีส

นายสมัคร สุนทรเวช
       “หมัก” เตรียมเล่นบททูตระหว่างประเทศบินด่วนเยือนพม่าวันอาทิตย์นี้ กล่อมหม่องเปิดประเทศรับความช่วยเหลือจากนานาชาติ หลังจากระแวงไม่ยอมให้ตะวันตกเข้าไปช่วยเหลือเหยื่อพายุไซโคลนนาร์กีส
       

       วันนี้ (9 พ.ค.) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานไปยังทางการพม่า และจะเดินทางไปในวันอาทิตย์นี้ พร้อมเปิดเผยว่าเป้าหมายหลักเพื่อประสานให้นานาชาติได้เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุไซโคลนนาร์กีส
       
       ด้าน นายคิวตัน แครี เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางการอังกฤษพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพม่าเป็นเงินจำนวน 46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ติดขัดเรื่องทางการพม่า ซึ่งยังไม่เปิดโอกาสให้ช่วยเหลือ จึงขอให้นายกรัฐมนตรีของไทยประสานไปยังทางการพม่าให้ด้วย
       
       /0110

 
 
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
niwatwrote:
ดีจัง รูปภาพและคำอธิบาย บอกกงกงเลยว่าดีและไม่เคยเห็นใครเอามาให้ดูเลย สงสารพม่า การเมืองก็แย่ ยังโดนธรรมชาติเล่นงานอีก เศร้า..
May 21
space girlwrote:


Welcome to the cast of my friends!
May 9
yodsaponwrote:
มาดูแล้วครับ ลองเข้าปรับที่เมนูน่ะครับจะสวยงามขึ้นครับ
May 1